เรื่องย่อ Love Songs Love Series ตอน เราและนาย

มาร์ค (ธนัท รัตนสิริพันธ์) และ ไบร์ท (วชิรวิชญ์ ชีวอารี) สองชายหนุ่มหล่อเพื่อให้นซี้ จากโรงเรียนชายล้วนที่พึ่งจะสอบเผ่านหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 คณะสถาปัตยกรรมได้ พวกเขาเพิ่งจะจะพบกับสังคมใหม่โลกใบใหม่ อาจารย์คนใหม่ ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจไปหมดที่เข้าหาพวกเขาทั้งสองคนอย่างไม่มีหยุด รวมทั้งสาวๆ ในมหาวิทยาลัยทั้งรุ่นเพื่อให้น รุ่นพี่ ซึ่งมาร์คกับไบร์ทก็เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว จนกระทั่งรุ่นพี่สุดหล่ออย่าง บุ๊ค (พงษ์นิรันดร์ กันตจินดา) ต้องออกมาเตือนว่าถ้าอยากมีชีวิตมหาวิทยาลัยที่สดใสอย่างพึ่งจะมีแฟน

ทั้งสองชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร บุ๊คจึงบอกว่าเพราะตนเผ่านาตอนปีหนึ่งก็มีแฟนเลย และก็ทำให้โอกาสที่เผ่านาในชีวิตทั้งหมดต้องเสียไป ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่เราคิดว่าน่ารักแล้วมันก็ยังมีคนที่น่ารักกว่านั้นอีก หรือพอเวลาติดแฟนรวมทั้งทำให้พากันลงเหวแบบเขา ที่ตอนนี้ควรจะเรียนจบไปตั้งนานแล้ว แต่ยังคงเรียนปีที่ 6 อยู่ มาร์คกับไบร์ทก็ต่อว่าบุ๊คว่าไปโทษผู้หญิง แต่ก็เห็นก้วยเรื่องที่ยังไม่มีแฟนดีมากกว่า เพราะมันจะปิดโอกาสที่พวกเขาจะไปเจอคนที่ดียิ่งกว่าไปเรื่อยๆ ทั้งสองจึงตกลงกันว่าห้ามมีแฟน ใครมีแฟนก่อนจะแพ้ ต้องซื้อโทรศัพท์มือถือให้อีกข้าง

ซึ่งตรงกันผ่านกับ นาเดีย (สุภาวดี พิทักษ์วรรัตน์) และ ปลา (เกวลิน อุดมอักษร) สองสาวสุดน่ารักน่าเอ็นดูสองเพื่อให้นสาวที่สนิทกันจากโรงเรียนหญิงล้วนที่พึ่งสอบเผ่านาใหม่เช่นกัน เมื่อพวกคุณพบกับโลกใบใหม่และบวกกับความเก็บกดจากโรงเรียนเก่า คุณทั้งสองจึงประกาศก้องว่าต้องมีแฟนให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง รวมไปถึงมาร์คและไบร์ทด้วย แต่ทั้งสองชายหนุ่มไม่เล่นด้วย เพราะพวกคุณดูไม่เข้าตาเลยแม้แต่น้อย แต่เป้าหมายของมาร์คและไบร์ทก็เปลี่ยนไปเมื่อได้พบกับ ชาช่า (ชาช่า โมซิมันน์) รุ่นพี่ปี 2 ที่สวย สง่า และเป็นผู้หญิงที่ใครๆ ต่างหมายปอง แต่ด้วยความที่ทั้งสองชายหนุ่มมีสัญญาต่อกันว่าจะไม่มีแฟน จึงได้แต่แอบจีบโดยไม่ให้อีกข้างรู้ นอกจากนี้บุ๊คเองก็ยังมาตามจีบด้วยอีกคน

ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่ปลื้มชาช่า แต่สาวเรียบร้อยอย่าง แมรี่ (แมรี่ แมรี่แอน) ก็ต้องการจะเป็นที่ถูกหมายปองแบบชาช่าบ้าง แต่ก็มีชายหนุ่มสุดจืดอย่าง บอล (อัครพล เอี่ยมสมบัติ) รุ่นพี่ปี 3 แอบสนใจคุณอยู่โดยที่คุณเองก็ไม่รู้สึกตัว ซึ่งบอลเป็นหัวหน้าชมรมที่คอยทำประโยชน์ให้กับสถานที่ต่างๆ จึงให้บุ๊คกับชาช่าช่วยกันประชาสัมพันธ์หาคนเข้าชมรมไปร่วมกิจกรรมอาสากัน ซึ่งแน่ๆว่ามาร์คกับไบร์ทต้องรีบมาสมัครอยู่แล้ว รวมทั้งแมรี่ นาเดีย และปลาก็ตามมาด้วย จึงเกิดเป็นเรื่องราวของความรัก ความผูกพัน มิตรภาพ ความบาดหมางผิดใจกัน น้ำตา ความฝัน และเป้าหมายของชีวิต สุดท้ายแล้วทั้งหมดจะลงเอยอย่างไร

เรื่องย่อหลงเงาจันทร์ 1

เขมจิรานั้นตรงผ่านกับพิมพ์ชนกอย่างสิ้นเชิง คุณไม่เคยสนใจการเรียนเลย วัน ๆ ได้แต่ควงชายหนุ่ม ๆ เที่ยวเตร่บริหารเสน่ห์ตามประสาสาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์โลก นิติพยายามเตือนเขมจิรา แต่ทุกครั้งทิพย์อาภาควรต้องคอยออกรับแทน เขมจิราออกเที่ยวกลางคืนจนไปพบกับ พลาทิป (สพล อัศวมั่นคง) เพลย์บอยชายหนุ่ม ซึ่งตกหลุมรักเขมจิราอย่างจัง ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันอย่างลึกซึ้ง โดยคุณบอกพลาทิปว่าคุณชื่อ พิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์

เขมจิราในคราบของพิมพ์ชนกและพลาทิปตกลงคบหาดูใจกัน เขมจิรามีข้อแม้ว่าขอให้พลาทิปคบกับคุณแบบไม่เปิดเผย โดยอ้างว่าที่บ้านของคุณดุมาก พลาทิปเองก็ยินยอมทุกอย่าง เพราะเขาก็หลงรักเขมจิราจนไม่เหลือใจไว้รักใครอีก พลาทิปตั้งมั่นจะหยุดหัวใจไว้ที่เขมจิรา จึงพาคุณไปแนะนำให้ ศักดิ์ (ตฤณ เศรษฐโชค) กับ นารี (ปิยะดา เพ็ญจินดา) พ่อแม่ของเขา รู้จักว่าที่ลูกสะใภ้ในอนาคต พร้อมด้วยอวดกับ ธนาคิม (ธันวา สุริยจักร) เพื่อให้นสนิทที่กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศ ว่า เมื่อธนาคิมกลับมาเขาจะแนะนำให้รู้จักว่าที่เจ้าสาวของเขา ที่ชื่อว่า พิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์

หมออานนท์ ผ่านมาแถวบ้านพิมพ์ชนกจึงแวะเผ่านาหา แต่ระหว่างรอพิมพ์ชนกเขาก็ได้เจอกับเขมจิรา ด้วยความสวยและมีเสน่ห์ของเขมจิรา ทำให้หมออานนท์ตกหลุมรักตั้งแต่ทีแรกพบ เขมจิราเองก็ดูเหมือนว่าจะสนใจหมออานนท์ เพราะตอนนี้คุณเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายพลาทิป เขมจิราตามไปหาอานนท์ที่โรงพยาบาล โดยอ้างว่ามาหาพิมพ์ชนก อานนท์จึงชวนไปทานอาหารด้วยกัน เขมจิราเริ่มตีตัวออกห่างพลาทิป คุณบอกว่ายังไม่พร้อมจะแต่งงาน พลาทิปการันตีว่าจะรอให้คุณเรียนจบก่อน ในที่สุดเขมจิราก็ตัดสินใจบอกเลิกพลาทิป เพื่อให้หันไปคบกับหมออานนท์แทน คุณบอกว่าคุณไม่ได้รักพลาทิปเลย ทำให้พลาทิปเสียใจอย่างที่สุด ดื่มเหล้าจนขาดสติขับรถชนเสียชีวิต

พ่อของพลาทิปส่งข่าวการเสียชีวิตของพลาทิปถึงธนาคิมด้วยความโศกเศร้าอย่างที่สุด ในวันที่เขาเรียนจบเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยพอดี ธนาคิมเสียใจแทบช็อก เขาจดจำชื่อ พิมพ์ชนก สุวรรณเวศน์ อย่างไม่มีวันลืม และคิดว่าสักวันหนึ่งถ้ามีโอกาสจะแก้แค้นแทนให้สาสม เขมจิรารู้ข่าวพลาทิปทางหน้าหนังสือพิมพ์ แต่พยายามซ่อนอาการไว้ไม่ให้ใครรู้ ศักดิ์กับนารีตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเดินทางไปทำใจที่ต่างประเทศ ทำให้ธนาคิมยิ่งแค้นใจพิมพ์ชนก ที่ทำให้ครอบครัวผู้มีพระคุณ ซึ่งช่วยเหลือเขากับ เอมอร (กันตา ดานาว) ผู้เป็นแม่ มาตลอด ต้องพังทลายลงเช่นนี้

เรื่องย่อซ่อนเงารัก

เรื่องราวของ นลิน หญิงสาวที่คลอดลูกออกมาเป็นแฝด แต่การคลอดลูกแฝดไม่น่าตกอกตกใจเท่าการที่ลูกของคุณเป็นแฝดชาย-หญิง เมื่อนลินรู้ว่าลูกคนหนึ่งของคุณเป็นผู้ชาย คุณตั้งอกตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะเก็บความลับนี้ไว้กับตัวคนเดียว ด้วยความอยากปกป้องลูกให้พ้นจากอดีตอันเลวร้ายที่คุณเคยพบเจอมา คุณตั้งชื่อให้ลูกของคุณว่า ขวัญเอย กับ ขวัญมา เพื่อให้อำพรางให้คนคิดว่าคุณมีลูกแฝดเป็นผู้หญิงทั้งสองคน จำเป็นที่จะต้องไม่มีใครรู้ว่าขวัญเอยเป็นผู้ชาย
นลิน หรือชื่อเดิมคือ เพียงขวัญ ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าคุณมีลูกชาย โดยเฉพาะ แทนไท ผู้ชายที่คุณไม่ได้รัก แต่ใช้กำลังบังคับและทำให้คุณท้องอย่างไม่เต็มใจ คุณจึงแอบหนีมา โดยที่แทนไทไม่รู้สึกตัว และไม่รู้ว่าคุณกำลังตั้งท้องอยู่ ทำให้แทนไทแทบคลั่งตามหานลินแทบพลิกแผ่นดิน หนำซ้ำ เจ้าสัวธำรง พ่อของแทนไท ยังกดดันแทนไทให้รีบมีผู้สืบสกุลเป็นผู้ชายเอาไว้สืบสกุลและสืบต่อธุรกิจ สิ่งที่นลินต้องกล้ำกลืนฝืนทนจากแทนไท ทำให้เพียงขวัญ หรือนลิน ทั้งเกลียดชังและเจ็บแค้น เพราะมองว่ามันคือ ความเห็นแก่ตัวของผู้ชาย และคุณจะไม่มีวันให้แทนไทมาพรากลูกชายของคุณไปสืบสกุลชั่ว ๆ ของแทนไทอย่างเด็ดขาด
นลินเลี้ยงดูลูกแฝดมาเพียงลำพัง โดยไม่เคยบอกเรื่องขวัญเอยเป็นเด็กผู้ชายกับใคร มีเพียง อนุชิต บุรุษพยาบาลเพื่อให้นข้างบ้าน ที่รู้ว่าแท้จริงแล้วขวัญเอยเป็นผู้ชายเข้าโดยบังเอิญ อนุชิตถามหาเหตุผลและความจริงที่เกิดขึ้นกับขวัญเอย พร้อมต่อว่านลินว่าทำอย่างงี้ไม่ถูก ทำไมไม่เลี้ยงลูกในสิ่งที่ลูกเป็น นลินตอกกลับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณกับลูก คุณมีวิธีเลี้ยงลูกของคุณเอง
นลินยิ่งเข้มงวดกับขวัญเอยมากขึ้น เพราะกลัวว่าความลับนี้จะรั่วออกไป ในขณะที่คุณไม่ได้เป็นห่วงขวัญมามากนัก เพราะขวัญมาไม่มีความลับที่ต้องปกปิด นลินเริ่มสอนหนังสือให้ขวัญเอยด้วยตัวเอง และเน้นการเรียนแบบโฮมสคูล จำกัดรอบๆขวัญเอย ไม่ให้ออกไปไหนไกลสายตา ในขณะที่ขวัญมาได้ไปโรงเรียน ได้มีเพื่อให้น ได้ใช้ชีวิตอย่างที่เด็กควรจะเป็น ส่วนขวัญเอยไม่เคยได้ไปไหน หรือทำอะไรตามใจ แต่ขวัญเอยก็ยอมทำทุกอย่างให้แม่สบายใจ แม้จำเป็นต้องใช้ชีวิตและแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิงก็ตาม จนเมื่อนลินบังคับให้ขวัญเอยกินยาคุม เพื่อให้ควบคุมไม่ให้ขวัญเอยมีฮอร์โมนและแสดงออกแบบเด็กผู้ชาย ช่วงแรกเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรจึงยอมกิน แต่เมื่อร่างกายของเขาเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ขวัญเอยได้รู้ว่าแม่กำลังจะพยายามเปลี่ยนให้เขาเป็นผู้หญิง ขวัญเอยเริ่มหยุดการกินยาคุม แอบทิ้งบ้าง ไม่กินบ้าง จนนลินรู้เข้าก็จับขวัญเอยมาเฆี่ยนตีอย่างร้ายแรง เพื่อให้บังคับขวัญเอยให้กินยาคุมต่อไป นลินเลี้ยงลูกทั้งสองคนมาด้วยวิธีการของคุณจนเติบโต สองพี่น้องคอยช่วยเหลือและรักกันมาก เพราะหากคนหนึ่งทำผิด อีกคนจำเป็นต้องถูกทำโทษไปด้วย

เรื่องย่อ พี่ชายสุดฮอตกับน้องสาวสุดเลิฟ (mo mo love)

กำกับ: ฉือ เย่าหนิง
ประเภท: โรแมนติก / คอเมดี้
จำนวนตอน:  13
ออกอากาศ: ไต้หวัน –  ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 18 ตุลาคม 2552 – 10 มกราคม 2553 ทางซีทีวี/จีทีวี
ไทย – ทุกวันเสาร์ เวลา 01.45-04.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 02.00-03.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่มวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2556

เรื่องย่อ

เฉินเถาฮัว (หวังซินหลิง) หญิงสาวพิเศษสุดคนหนึ่งที่โด่งดังไปทั่วเมือง ไม่มีใครไม่รู้จักคุณ ความพิเศษของคุณนั้น หาใช่เกิดจากตัวตนของคุณเอง หากแต่มาจากบรรดาพี่ชายทั้งสี่คนของคุณทั้งนั้น….

เฉินฉี่ (จูเสี้ยวเทียน) พี่ชายใหญ่ ส่วนสูง 185 เซนติเมตร ผู้ดำเนินรายการข่าวยามเช้า เงียบขรึม แววตาแหลมคมอันเป็นเสน่ห์ของชายซึ่งมากประสบการณ์ เป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั่วประเทศ

เฉินเฉิง (หลันจิ้นเทียน) พี่ชายรอง ส่วนสูง 184 เซนติเมตร ดีไซเนอร์คนใหม่ของแวดวง ไม่เพียงมีพรสวรรค์ทางด้าน การออกแบบเสื้อผ้า แต่ท่าทางอากัปกริยาไม่ผิดแผกแตกต่างจากชนชั้นสูงอะไร ด้วยรูปร่างหน้าตาหมดจดบริบูรณ์แบบ จึงได้ชื่อว่าเป็นมิสเตอร์เพอร์เฟคท์ในหัวใจของบรรดาหญิงสาว

เฉินจ่วน (ติงชุนเฉิง) ฉลาดหลักแหลม หัวการค้า แน่ๆว่าเป็นผู้ชายรูปหล่ออีกคนหนึ่ง

เฉินเหอ (เกาอี่เสียง) มีความชำนาญทางด้านกีฬาบาสเกตบอล กระหายชัยชนะ รูปหล่อ บรรดาแฟนคลับสาวทั่วประเทศต้องตกอยู่ในภวังค์เมื่อได้พบเห็นรอยยิ้มสดใส ถึงแม้ยังมีฐานะเป็นผู้เรียน แต่ก็ได้รับการชักชวนไปสู่ทีมบาสเกตบอลเอ็นบีเอ นอกจากมีความชำนาญทางด้านกีฬาแล้ว ยังมีความถนัดทางด้านการทำอาหารอีกด้วย

สรุปว่าชายหนุ่มทั้งสี่ล้วนแล้วแต่เป็นที่หมายปองของบรรดาหญิงสาวทั้งนั้น แต่ความเป็นจริงแล้วชื่อเสียงโด่งดังไม่เพียงมาจากเสน่ห์ซึ่งเหนือคนทั่วไป หากแต่มาจากความรักและหวงแหนน้องสาวมากกว่า

ความรักและหวงแหนเถาฮัวของพี่ชายทั้งสี่เกินความคาดคิดของคนทั่วไป นอกจากผลัดเปลี่ยนกันอารักขาเถาฮัวแล้ว ภายในห้าสิบกิโลเมตรโดยมีบ้านสกุลเฉินเป็นจุดศูนย์กลาง บรรดาเพื่อให้นชายที่ใกล้ชิดกับเถาฮัวจำเป็นจะต้องถูกสืบค้นประวัติอย่างละเอียด ภายนอกซึ่งทั้งหมดดูเหมือนว่าเป็นการช่วยเหลือเถาฮัวได้พบเพื่อให้นชายที่คู่ควร แต่ความเป็นจริงนั้น พี่ชายทั้งสี่ก็แค่หาเหตุผลเพื่อให้เป็นข้ออ้างเพียงแค่นั้นเพียงเพื่อให้ขัดขวางความรักของเถาฮัว นั่นเป็นเพราะทั้งสี่เชื่อมั่นว่าในโลกนี้นอกจากพวกตนทั้งสี่คนแล้ว ไม่มีชายใดที่จะมอบความรักให้เถาฮัวได้ทัดเทียมกับพวกตน

เข้มงวดเพียงใดก็ยังคงหละหลวม หยีอี (หวงจิ้งหลุน) พี่ชายคนที่ห้าซึ่งถูกกลั่นแกล้งเป็นนิจ ไม่ได้รับการเหลียวแล ตัดสินใจหลบหนีออกจากบ้านเป็นครั้งที่เจ็ดเพื่อให้เป็นการต่อต้านความไม่เป็นธรรม ระหว่างนี้เถาฮัวได้รู้จักเพื่อให้นชายคนหนึ่ง ผู้ชายคนเดียวที่สามารถผ่านพ้นเงื่อนไขอันเข้มงวดของพี่ชายทั้งสี่ ทำให้พี่ชายทั้งสี่ไม่มีข้ออ้างใดเพื่อให้คัดค้านความรักของเถาฮัว แม้ว่าพี่ชายทั้งสี่ไม่ชื่นชอบสื่อหลาง (วังตงเฉิง) แต่ด้วยความรักที่มีต่อน้องสาวพี่ชายทั้งสี่จึงจำต้องเปลี่ยนท่าทีต่อสื่อหลาง

เรื่องย่อ ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ (Good Doctor)

กำกับ:  คี มินซู, คิม จินอู
เขียนบท:  ปาร์ก แจบอม
แนวละคร:  การแพทย์, เมโลดราม่า
จำนวนตอน:  20
ออกอากาศ: เกาหลี – 5 สิงหาคม 2556 – 8 ตุลาคม 2556 ทางเคบีเอส2
ไทย – ทุกวันพุธ-ศุกร์  เวลา 09.05-11.00 น. รีรัน 20.30-22.30 ทาง พีพีทีวี (เอชดี 36) ออกอากาศ 9 เมษายน – 8 พฤษภาคม  2557

“ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ (Good Doctor)” เป็นละครด้านการแพทย์ที่ทำเรตติ้งถล่มทลายในเกาหลีใต้ การันตีด้วยรางวัลคุณภาพอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นรางวัลบทละครยอดเยี่ยมจากเวที “โคเรีย ดราม่า อะวอร์ดส์” ประจำปี 2013 นอกจากนี้ ยังคว้ารางวัลสุดยอดดาราหนังคู่ขวัญ (จูวอน-มูน แชวอน), ดารานำชายขวัญใจชาวเน็ต  (จูวอน),  ผู้แสดงนำหญิงขวัญใจประชาชน (มูน แชวอน), สุดยอดผู้แสดงแห่งปี (จูวอน – คัดเลือกโดยเหล่าผู้กำกับ), รางวัลผู้แสดงชายมากความสามารถสำหรับละครที่มีความยาวปานกลาง-ยาว (จู ซังวุก) และรางวัลสุดยอดผู้แสดงชายมากความสามารถสำหรับละครที่มีความยาวปานกลาง-ยาว (จูวอน) จากเวที “เคบีเอส ดราม่า อะวอร์ดส์” ประจำปี 2013 อีกด้วย

ปัจจุบันในปีนี้ Good Doctor ยังคว้ารางวัลละครดีเด่น ส่วนจูวอนเองก็ได้รับรางวัลผู้แสดงดีเด่นจากเวทีเดียวกัน นั่นก็คือ  “โคเรีย โปรดิวเซอร์ส แอนด์ ไดเร็คเตอร์ส (PD) อวอร์ดส” ครั้งที่ 26 จึงกล่าวได้ว่าเป็นละครน้ำดีที่ไม่ควรพลาด นอกจากจะให้ความรู้ด้านการแพทย์แล้ว ละครเรื่องนี้ยังเป็นกำลังใจให้ผู้ปกครองและผู้ป่วยโรคออทิสติก ตลอดจนคนทั่วไป  ในการเอาชนะข้อจำกัดและไม่ย่อท้ออุปสรรค รับรองได้ว่าดูละครเรื่องนี้แล้วคุณจะซาบซึ้งและหลั่งน้ำตาไปกับหน้าที่การแสดงอันยอดเยี่ยมของ “จูวอน” ตลอดจนเหล่าดาราคนอื่นๆ อีกอย่างมาก

เรื่องย่อ

ละคร “ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ (Good Doctor)” นำเสนอเรื่องราวของแพทย์ประจำบ้าน (แพทย์ที่เรียนจบแล้วแต่เผ่านาศึกษาต่อเพื่อให้เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาใดสาขาหนึ่ง)  ชั้นปีที่ 1  นามว่า “พัค ชีอน” ซึ่งเป็นโรคออทิสติก (Autistic Disorder)  ในกลุ่ม “ซาวองก์ ซินโดรม (savant syndrome)” หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า “ออทิสติกอัจฉริยะ”  ซึ่งแม้จะมีความบกพร่องทางด้านพัฒนาการแต่ก็มีความถนัดพิเศษอันน่ามหัศจรรย์

“พัค ชีอน” เป็นชายชายหนุ่มที่มีสภาพจิตใจเท่ากับเด็กอายุ 10 ขวบ แต่กลับมีความชำนาญอันโดดเด่นถึงขั้นอัจฉริยะในด้านความจำและมิติสัมพันธ์ (ความถนัดในการรับรู้ตำแหน่งของสิ่งต่างๆ เมื่อเทียบกับจุดอ้างอิงจุดใดจุดหนึ่ง แล้วนำมาสร้างเป็นภาพ 2-3 มิติในสมอง ก่อนถ่ายทอดออกมาให้คนอื่นรับรู้เป็นรูปธรรม) เขาต้องฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคนานัปการโดยเฉพาะอย่างมากอคติและการเลือกปฏิบัติจากสังคม เพื่อให้ที่จะทำตามความตั้งมั่นในวัยเด็ก นั่นก็คือการเป็น “กุมารแพทย์”  ที่ดูแลด้านศัลยศาสตร์ หรือที่เรียกว่า “กุมารศัลยแพทย์” (หมอผ่าตัดเด็ก)  นั่นเอง

เรื่องย่อ ลิขิตรักเจ้าหญิงมูยอง (The Blade and Petal)

หลังรู้ว่าพระเจ้ายองรยูและขุนนางจำนวนหนึ่ง คิดแผนกำจัดแม่ทัพนายกองที่มีอำนาจเหลือล้นจนเป็นภัยต่อราชสำนัก และคนแรกที่จะโดนกำจัดก่อนก็คือตน ยอน เกโซมุน จึงชิงยึดอำนาจด้วยการหลอกให้ขุนนางข้างตรงผ่านจำนวน 100 คนมาร่วมงานเลี้ยงฉลองเลื่อนตำแหน่งแล้วลอบฆ่า จากนั้นก็บุกเข้าไปปลงพระชนม์พระเจ้ายองรยูถึงในวังแล้วนำพระศพไปทิ้งคูน้ำอย่างน่าอนาถโดยไม่มีการทำพิธี (มิหนำซ้ำ คนของยอน เกโซมุนยังหั่นพระศพอีกด้วย) หลังโค่นล้มราชบัลลังก์ได้สำเร็จ ยอน เกโซมุนก็แต่งตั้งพระนัดดา (หลาน) “โพจาง” (เดิมชื่อ “จาง”) ให้เป็นพระราชาหุ่นเชิด แล้วแต่งตั้งตนเองเป็นอัครมหาเสนาบดี (เทียบเท่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน) หลังยอน เกโซมุนถึงแก่กรรม บ้านเมืองก็เริ่มอ่อนแอและพ่ายแพ้ต่อทัพชินลา-ถัง (อาณาจักรชินลาจับมือราชวงศ์ถังโจมตีโกกูรยอ) หลังจากนั้น อาณาจักรโกกูรยอซึ่งเคยยิ่งใหญ่และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับ 700 ปีก็มีอันต้องล่มสลายและถูกผนวกรวมเข้าเป็นแดนของอาณาจักรชินลา (ปัจจุบัน แดนส่วนใหญ่ของอาณาจักรโกกูรยออยู่ในเกาหลีเหนือและคาบสมุทรเหลียวตงของจีน)

ละครเปิดฉากขึ้นด้วยเสียงเล่ากึ่งรำพึงรำพันขององค์หญิงมูยอง

โกกูรยอ…
อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เคยปกครองเอเชียตะวันออก… โกกูรยอ
ข้าคือองค์หญิงแห่งโกกูรยอ… เสด็จพ่อของข้า “พระเจ้ายองรยู” คือ วีรบุรุษที่นำทัพไปปราบทหาร 1.1 ล้านคนของราชวงศ์สุย… “โก กอนมู” (นามเดิมของพระเจ้ายองรยู) เมื่อผู้ปกครองคนใหม่ของแดนตอนกลาง…”ราชวงศ์ถัง” เริ่มรุกคืบเผ่านาโจมตีโกกูรยอทีละน้อย พระเจ้ายองรยูต้องการประวิงเวลาเพื่อให้เตรียมความพร้อมในการทำสงครามรอบใหม่ แต่ยอน เกโซมุนต้องการตอบโต้ทันที
และรักเดียวในชีวิตของข้า… “ยอนชุง” บุตรชายยอน เกโซมุน… หากเราไม่ได้พบกันตั้งแต่ต้น ทุกอย่างจะลงเอยเช่นไร
โกกูรยอ… ทำไมโกกูรยอถึงได้ล่มสลาย… ทำไมโกกูรยอถึงได้ล่มสลาย…

หลังองค์หญิงมูยองถามซ้ำๆ อย่างสิ้นหวังว่า “ทำไมโกกูรยอถึงได้ล่มสลาย” กล้องก็ซูมเอาท์ออกจากใบหน้าองค์หญิง และเผยให้มองว่าองค์หญิงมูยองกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังและเถ้าถ่านของพระราชวัง

ในขณะที่องค์หญิงและพระอนุชา (น้องชาย) ถูกคนร้ายแต่งกายเหมือนทหารของราชวงศ์ถังซุ่มโจมตีระหว่างเดินทาง พระเจ้ายองรยูก็กำลังหารือกับเหล่าขุนนางในราชสำนัก เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างโกกูรยอและอาณาจักรที่อยู่ใกล้เคียง พระองค์ทรงคิดว่าโกกูรยอไม่ได้อยู่ตามลำพังในโลก จึงต้องสร้างความปรองดองกับอาณาจักรและชนเผ่าอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นมหาอำนาจอย่างราชวงศ์ถัง หรือชนเผ่าเล็กๆ อย่างแพคเจ และชินลา เพราะนี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้โกกูรยอรอดพ้นจากการถูกศัตรูรุกราน

เรื่องย่อ สะดุดรักนักเปียโน (Nae Il’s Cantabile) ตอนที่ 5

เช้าวันนั้น อาจารย์โดปลุกระดมเหล่าคณาจารย์ให้ช่วยกันลงมติไล่ยูจินออก โทษฐานที่ทำตัวเป็นปฏิปักษ์และกระด้างกระเดื่องต่อครูบาอาจารย์อย่างตน แต่อาจารย์คนอื่นๆ ต่างยังคงลังเลเพราะยูจินเป็นนักศึกษาที่เก่งที่สุดและยังเป็นลูกชายของ “ชา ดงอู” นักเปียโนชื่อดังอีกด้วย คณบดีและอดีตนักเปียโน “ซง มีนา” จึงรีบเผ่านาไกล่เกลี่ยก่อนที่เรื่องจะบานปลาย คุณกล่าวว่าตนเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์โด และคนทำผิดสมควรถูกลงโทษ แต่วิทยาลัยดนตรีไม่ใช่ค่ายทหาร นักดนตรีควรมีอิสระทางความคิด บางทีหลักเสรินิยมของตนอาจทำให้ยูจินแปลงเป็นคนก้าวร้าวอย่างนี้ เมื่ออาจารย์โดแย้งว่ายูจินมีนิสัยหยาบคายเอง มีนาจึงกล่าวว่าถ้าเป็นนิสัยส่วนตัวเราควรช่วยกันอบรมบ่มนิสัยให้ลูกศิษย์แทนที่จะลงโทษ อาจารย์โดจะลุกขึ้นแย้ง มีนาจึงกล่าวว่าในพื้นฐานคุณจะทำโทษยูจินด้วยการห้ามเขาเข้าเรียนในคลาสของอาจารย์โดซึ่งเป็นคลาสที่ดีที่สุด (ห้องท็อป) โดยจะให้เขาย้ายไปเรียนกับอาจารย์ “อัน กอนซอง” ซึ่งสอนห้องบ๊วยแทน วิธีนี้จะช่วยลดทิฐิและความหยิ่งผยองของยูจินลงได้

ยูจินมาที่วิทยาลัยด้วยความหวาดผวาเพราะไม่รู้ว่าเมื่อคืนมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เขาพยายามบอกตัวเองว่าอย่าตื่นตระหนกเพราะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ และบางทีเนอิลอาจจะไม่ได้เรียนที่เดียวกับตนก็ได้ ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียง “รุ่นพี!!!!” ดังแว่วมาแต่ไกล เมื่อหันไปดูก็พบว่าสาวน้อยข้างห้องจอมซกมกกำลังวิ่งตรงเผ่านาหาพลางโบกมือให้เขาต่อหน้าธารกำนัล

เนอิลวิ่งมาหยุดตรงหน้ายูจินพลางตัดพ้อด้วยเสียงอันดังลั่นว่า “รุ่นพี่! ทำไมตอนเช้าถึงรีบไปนักล่ะ ชั้นเสียใจนะคะ” เมื่อยูจินหันไปมองรอบๆ ก็พบว่านักศึกษาคนอื่นๆ ต่างพากันหันมามอง ยูจินจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้จักคุณ (ในตอนนั้นเหล่านักศึกษาสาวซึ่งต่างพากันแอบปลื้มยูจินและเห็นเขาเป็นไอดอลเริ่มทยอยมามุงดูมากขึ้น) เนอิลดึงเสื้อเชิ้ตในกระเป๋าขึ้นมาโชว์พลางบอกด้วยความภาคภูมิใจว่าตนช่วยซักเสื้อให้เขาจนสะอาดเอี่ยมอ่องและใช้พัดลมเป่าให้แห้งแล้ว ยูจินซึ่งถูกทำลายภาพลักษณ์จนป่นปี้ได้แต่ยืนอึ้งและทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เนอิลเห็นยูจินยืนใบ้กินจึงชี้ชัดว่านี่คือเสื้อที่คุณถอดให้เขาเมื่อคืน ยูจินแถว่าทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน แต่ยิ่งแถความจริงก็ยิ่งบังเกิด เมื่อเนอิลการันตีหนักแน่นว่าเมื่อคืนเขา ‘นอนค้าง’ ที่ห้องคุณจริงๆ

ดอกไม้ใต้เมฆ 1

ธาวินฟันฝ่าจนได้เป็นตัวแทนไปเล่นสิงโตที่เวียงพะเนิน แต่ลีโอกับสุ่นแกล้งจนธาวินตกรถ แขนหัก เหมยดูแลธาวินเพราะชื่นชมความมุ่งมั่น ลีโอพาลไล่ชกธาวิน ลวนลามเหมยเหมยหมดความอดทน ขอเลิกเป็นแฟนกับคนเห็นแก่ตัว ยิ่งทำให้ลีโอแค้นว่าผู้ชายธรรมดาๆอย่างธาวินกลับชนะใจเหมยได้ ลีโอใช้สุ่นวางแผนขโมยของเฮียโชคและเผาคณะเพื่อใส่ร้ายธาวิน เฮียโชคไล่ธาวินออกจากคณะ เหมยขอให้พ่อสอบสวนความจริงก่อน เฮียโชคเสียหน้า โกรธจัดตบหน้าลูกสาว

ธาวินได้ข่าวเรื่องพ่อยังมีชีวิตอยู่ ก็ตัดสินใจกลับวังใต้เมฆ และพาเหมยที่ทะเลาะกับ เฮียโชคมาด้วย ธาวินหวังจะบอกความจริงเรื่องเป็นเจ้าชาย แต่บูรพาสมิงตามล่าจนเหมยกับธาวินต้องหนี แทนกับกามินมาช่วย ทั้งหมดข้ามแดนไปติดกับดักของนายพลภูผา

ที่วังใต้เมฆ ดาราเลิศ (ปนัดดา วงศ์ผู้ดี) เมียนายพลภูผาคุมตัวเหมยไว้เพื่อต่อรองเรื่องสมบัติกับเจ้าชาย ระมิงค์เมืองลอบเข้ามาทำร้ายเหมยด้วยความหึงหวง จนทะเลาะกับแม่เลี้ยงอย่างดาราเลิศ เหมยตกใจที่ระมิงค์เมืองเป็นพวกเดียวกับนายพลภูผา แต่ธาวินไม่เชื่อเพราะระมิงค์เมืองซ่อนตัว ไม่ยอมให้ธาวินเห็น ธาวินหาทางช่วยพ่อที่ถูกคุมขังแต่โดนจับได้ นายพลอินทรีไว้ชีวิตธาวินและทุกคน แลกกับข้อบังคับให้ธาวินใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน ห้ามพูดถึง ห้ามกลับมาวังใต้เมฆอีก

เหมยรู้ความจริงทั้งหมดก็ยิ่งสงสารธาวิน สองคนผูกพันมอบใจให้กัน แต่พอกลับถึงกรุงเทพ ไข่มุกกระพือข่าวโจมตีเหมยที่ทิ้งงาน หายไปกับผู้ชาย โดยมีลีโออยู่เบื้องหลังข่าวคาวทั้งหมดของคนรักเก่า ถึงโดนมรสุมข่าวฉาวโหมใส่อย่างหนัก เหมยก็ไม่ยอมเปิดปากเล่าความจริงเรื่องหายไปวังใต้เมฆ เพราะกลัวธาวินถูกตามฆ่าจากพวกนายพลอินทรี เฮียโชคเข้าใจผิดว่าลูกสาวเหลวไหล เสี่ยอ๊อดได้ทีฟ้องเรียกค่าเสียหาย ยิ่งทำให้เฮียโชคที่ฐานการะเงินย่ำแย่ เครียดหนักขึ้น

มรสุมถาโถมชีวิตเหมย เมื่อความจริงเปิดเผยว่าพ่อเป็นหนี้มากมายจากการพยุงคณะสิงโต ธาวินเอาเงินมาช่วยแต่เฮียโชคขับไล่ หาว่าธาวินเป็นต้นเหตุเรื่องทุกอย่าง เสี่ยอ๊อด ลีโอกดดันจนเฮียโชค เส้นเลือดในสมองแตก บ้านถูกยึด เฮียโชคเป็นหนี้หลายล้านเพื่อเอาเงินมาพยุงคณะ ธาวินพยายามช่วยแต่เฮียโชคเกลียดและขับไล่ธาวิน จนสุดท้ายคณะสิงโตก็ต้องปิดตัวลง

เรื่องย่อ ซูสีไทเฮา หงส์เหนือบัลลังก์ (The Firmament of the Pleiades) ตอนที่ 6

ครั้นพอตกกลางคืนเหวินซิ่วซึ่งกำลังฟุบหลับได้ยินเสียงคนไออย่างทุกข์ทรมานจึงลุกขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เขาพบว่าบัณฑิตชราคนหนึ่งที่มาเข้าสอบกำลังป่วยหนักใกล้ตายจึงรีบเข้าไปดูพลางร้องเรียกทหาร บัณฑิตชรารู้สึกตัวว่าตนกำลังจะตายจึงขอร้องให้เหวินซิ่วช่วยนำเรียงความไปส่งแทนตน  โดยบอกว่านี่คือเรียงความที่ดีที่สุดในชีวิตของตน ถ้านำไปส่งแล้วตนต้องสอบผ่านแน่ๆ ขณะที่ทหารนำตัวชายคนดังกล่าวข้างต้นออกไป เหวินซิ่วก็ร้องถามว่าเขาชื่ออะไร ชายชราตอบว่าตนมาจากจิงไห่ชื่อ…เหลียงเหวินซิ่ว!  เหวินซิ่วถึงกับอึ้งเมื่อพบว่าชายชรามีชื่อแซ่เดียวกับตนซ้ำยังมาจากหมู่บ้านเดียวกัน เมื่อได้อ่านเรียงความของชายชรา เหวินซิ่วก็อึ้งยิ่งกว่าเพราะเป็นเรียงความที่เขียนได้ดีมาก ทันใดนั้น เหวินซิ่วก็สะดุ้งตื่น ปรากฏว่าก่อนหน้านี้เป็นเหตุการณ์ในความฝัน ถึงกระนั้นเขาก็ยังจำเนื้อหาในเรียงความของชายชราได้ เขาจึงรีบเขียนเรียงความตามที่ได้อ่านในฝันทันที

เมื่อเห็นเหวินซิ่วเดินออกมาอย่างอ่อนแรง ชุนเอ๋อร์และหลิงเอ๋อร์ก็รีบวิ่งเข้าไปประคองแต่ไม่ว่าจะถามอะไรเหวินซิ่วก็ไม่ยอมพูดจา พอ กลับมาที่โรงเตี๊ยมเหวินซิ่วก็นอนหลับทั้งวัน เจ้าของโรงเตี๊ยมบอกชุนเอ๋อร์ให้คอยเตือนเหวินซิ่วว่าอย่าคิดมาก หากสอบไม่ผ่านปีนี้คราวหน้าค่อยมาสอบใหม่ เขากล่าวว่าหลายท่านเข้าสอบมาครึ่งค่อนชีวิตแต่ยังสอบไม่ผ่านก็มี หลิงเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นจึงแย้งว่าพี่ชายตนต้องสอบผ่านอย่างแน่ๆ

อยู่ๆ เหวินซิ่วก็เดินออกมาจากห้องพลางหัวเราะร่าแล้วร้องตะโกนเหมือนคนเสียสติว่า เรียงความที่ตนเขียนสุดยอดมาก จากนั้นก็บอกทุกคนว่าตนสอบผ่านแล้วทั้งๆ ที่ผลการสอบยังไม่ออก  เหวินซิ่วรับรองกับหลิงเอ๋อร์ว่าตนไม่ได้บ้าแต่เป็นสุขเพราะเขียนเรียงความได้ดี เขาเล่าให้หลิงเอ๋อร์ฟังว่ามีชายชราคนหนึ่งมาเข้าฝันแล้วนำเรียงความมาให้ พอตนอ่านดูก็มองว่าเป็นเรียงความที่ดีมาก ครั้นพอตื่นขึ้นมาเรียงความดังกล่าวข้างต้นก็อยู่ในหัวตนเรียบร้อยแล้ว

ไทเฮาและฮ่องเต้นั่งชมการแสดงงิ้ว (ซูสีไทเฮาทรงโปรดงิ้วปักกิ่ง) แต่ดาราไม่ค่อยมีความชำนาญจึงร่ายรำผิดพลาดหลายครั้ง ไทเฮาไม่พอพระทัยมากจึงเรียกขันทีที่เป็นหัวหน้าคณะมาตำหนิ จากนั้นก็สั่งโบย 100 ไม้และให้ตัดเบี้ยหวัดผู้แสดง 3 เดือน เมื่อขันทีคนดังที่กล่าวมาแล้วร้องขอความเมตตาไทเฮาจึงสั่งให้โบยจนกว่าจะตาย  ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นจึงขอให้ไทเฮาไว้ชีวิตขันทีคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว โดยอ้างว่าพระองค์ทำเพื่อให้สุขภาพของไทเฮา ไทเฮายอมละเว้นโทษตายและไล่ขันทีคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นออก จากนั้นก็สั่งให้เหลียนอิงไปหาหัวหน้าคณะงิ้วคนใหม่มาทำหน้าที่แทน (ที่ผ่านมาคณะงิ้วที่ไทเฮา (ในละคร) ทรงโปรดปรานมากที่สุดคือคณะของโบตั๋นดำ) เมื่อไทเฮายอมทำตามพระประสงค์ ฮ่องเต้จึงทูลว่า คนที่มีใจเมตตาย่อมเปี่ยมไปด้วยวาสนา

เรื่องย่อ รักครั้งใหม่หัวใจอลเวง (Someone Like You) ตอนที่ 2

หลังพ่ายให้จั่นเฉิง กู่หลงก็ทำตามสัญญา เขารู้ว่าจั่นเฉิงต้องการอำนาจในการบริหารห้างของตนเลยเตือนจั่นเฉิงว่าระวังจะผิดแผน แม้จั่นเฉิงจะได้หุ้นจากตนเพิ่มอีก 10% ก็ไม่มีทางสมหวัง เพราะที่ประชุมจำเป็นจะต้องมีมติให้เพิ่มทุนอย่างแน่ๆ และนั่นก็จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของจั่นเฉิงลดลงจนเหลือมากสุดไม่เกิน 45% อยู่ดี  (เพราะจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น)  ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หลังรับสายประธานกู่  กู่หลงก็ถึงกับหน้าถอดสี จั่นเฉิงยิ้มอย่างผู้ชนะและกล่าวว่า "ผมบอกคุณแล้ว ถ้ายังไปไม่ถึงเส้นชัย อย่าเพิ่งจะมั่นใจว่าจะชนะ"

"เฉินอวี่ซี" ยืนขายป๋องแป๋งและของที่ระลึกหน้าทางขึ้น-ลงเคเบิ้ลคาร์บนหุบเขาเฟยเทียน พลางสืบข้อมูลคนที่กำลังจะไปสักการะเจ้าแม่จิ่วเทียนเสวียนหนี่* และขอร้องจากคนทรง "หวังอวี้เจิน"  (แม่อวี่ซี) ซึ่งอ้างตนว่าเป็นศิษย์ของเจ้าแม่องค์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น หลังได้ข้อมูลมาแล้วอวี่ซีจะแอบโทรฯ บอกแม่ เพื่อให้ให้แม่นำข้อมูลไปทักลูกค้า เป็นการเรียกความศรัทธา เพิ่มความขลัง และอวดว่าตนเองมีทักษะในการหยั่งรู้และการทำนายที่แม่นยำ

* เจ้าแม่จิ่วเทียนเสวียนหนี่ (กิวเทียนเหี่ยงนึ่ง) เป็นเทพสตรีผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ทั้ง 9 ชั้น 

ศัลยแพทย์ "เหลียงลั่วหาน" พยายามยื้อชีวิตคนไข้ในห้องผ่าตัดแต่ไม่เป็นผล หลังแจ้งข่าวร้ายให้พี่น้องคนตายทราบ ลั่วหานก็ขอให้ทางเครือญาติบริจาคอวัยวะผู้ตายเพื่อให้ต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยคนอื่น เครือญาติผู้ตายซึ่งกำลังร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าได้ยินดังนั้นจึงตบหน้าลั่ว หานเต็มแรง ลั่วหานเลยต้องไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้งด้วยใบหน้าที่มีรอยแดงช้ำ หลังแต่งหน้าทาปากแต่งตัวเสร็จแล้วคุณก็นั่งอ่านหนังสือรอจั่นเฉิง อย่างใจเย็น พออ่านเจอเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎีผีเสื้อกระพือปีก (Butterfly Effect) ในชีวิตมนุษย์เรา (สิ่งเล็กๆ ที่เราทำอาจส่งผลกระทบอันยิ่งใหญ่ในอนาคต) ลั่วหานก็รู้สึกสนใจ  

พอจั่นเฉิงมาถึงลั่วหานก็นึกถึงวันแรกที่พบกัน (ตอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย) คุณกล่าวว่าหากวันนั้นจั่นเฉิงมาช้าหรือเร็วไปเพียงหนึ่งวินาที พวกตนคงไม่ได้เข้าแถวด้วยกันและคงไม่มีวันนี้ แต่จั่นเฉิงไม่เห็นด้วยกับการหันไปมองอดีตแล้วนึกสงสัยว่าถ้าวันนั้นเราไม่ได้ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วจึงไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ สิ่งที่เขาสนใจและให้ความสำคัญมากกว่าคือ 'ผลลัพธ์' ซึ่งก็คืองานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

กลุ่มนักเลงอันธพาลที่เคยมาขอเลขเด็ดจากอาจารย์หวัง (แม่อวี่ซี) แล้วถูกหวยกินจนหมดตัวซ้ำยังมีหนี้ท่วมเพราะดันไปกู้เงินมาเหมาซื้อลอตเตอรี่ บุกมาอาละวาดที่ตำหนักเจ้าแม่ฯ ด้วยความโกรธแค้น อวี่ซีกลับมาพบเข้าจึงรีบห้ามปราม หัวหน้าแก๊งจำได้ว่าอวี่ซีคือคนขายของที่ระลึกที่คอยถามข้อมูลและพูดเชียร์ให้คนมาที่ตำหนัก เลยเดาออกว่าคุณกับแม่เป็นพวก 18 มงกุฏที่รวมหัวกันต้มตุ๋นผู้คน อวี่ซีพยายามกลบเกลื่อนด้วยการพูดกล่อมแบบน้ำไหลไฟดับจนเหล่านักเลงคิดตามไม่ทันและเกือบเคลิ้ม แต่หัวหน้าแก๊งไม่หลงกลทั้งยังเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 1.5 แสนเหรียญไต้หวัน (กว่า 1.6 แสนบาท) โดยบอกว่าถ้าไม่จ่ายจะจับแม่ของอวี่ซีเป็นตัวประกัน